ธรรมเนียมการกิน

ไทเลยในอดีตมีคติการกินที่เป็นข้อห้ามและปฏิบัติที่สั่งสอนสืบทอดกันมาหลายประการที่สำคัญ มีดังนี้

ข้อห้ามในการกิน เช่น อาหารในงานศพห้ามแกงหยวกกล้วย ขนมจีบ แกงฟัก แกงวุ้นเส้น โดยมีคติความเชื่อว่าจะทำให้ผู้ตายยังห่วงอาลัยผู้มีชีวิตอยู่ทั้งนี้เนื่องจากมีเส้นใยมาก และบางแห่งยังเชื่อว่าเส้นใยนี้จะไปกีดขวางให้การเดินทางของดวงวิญญาณสู่ปรโลกของผู้ตายไม่สะดวก และอาหารที่นำมาเลี้ยงแขกที่มาเยือน ได้แก่ อาหารที่จากเป็ดและหอย โดยเชื่อว่าอาหารจากเป็ดจะทำให้เกิดอาการแตกแยกกัน อาหารจากหอยจะทำให้ความรักความชอบพอที่มีต่อกันจืดจาง

นอกจากนี้ยังมีข้อห้ามอื่น ๆ อีก เช่น ห้ามหญิงสาวรับประทานผลไม้แฝด ห้ามคนท้อง รับประทานอาหารหวานจัดและของหมักดอง ห้ามกินฝักลิ้นไม้ (เพกา) ห้ามเด็กรับประทานตับไก่ ตีนไก่ เชื่อว่าจะทำให้เด็กเขียนหนังสือไม่สวย ห้ามคนป่วยรับประทานของแสลง ได้แก่ ฝรั่ง ขนุน แตงกวา แตงโม เชื่อว่าจะทำให้ไข้ขึ้นสูงจนอาจเสียชีวิตได้ ห้ามคนมีบาดแผลรับประทานไข่และเนื้อไก่เพราะจะทำให้แผลหายยาก แผลปูด และในการคดข้าวเหนียวจากติบข้าวหรือก่องข้าวเพื่อรับประทาน ห้ามคดข้าวเฉพาะตรงกลางโดยเหลือข้าวส่วนข้างซึ่งเย็นและแข็งเป็นการเอาเปรียบคนรับประทานทีหลัง

ข้อปฏิบัติในการกิน เช่น แม่ลูกอ่อนที่ให้ลูกดื่มนมต้องกินหัวปลีต้มเพื่อเร่งน้ำนมให้มากขึ้นและเมื่อคลอดลูกใหม่ ๆ ขณะอยู่ไฟให้กินข้าวจี่กับเกลือและเนื้อปิ้ง ให้กินน้ำต้มปูเลย (ไพล) เพื่อให้มดลูกแห้งเร็ว เป็นต้นเวลากินอาหาร คนเมืองเลยจะมานั่งล้อมวง โดยวางสำรับกับข้าวไว้บนภาชนะที่เรียกว่า พาข้าว พาข้าวย่อง นิยมนั่งล้อมวงบนเสื่อรอบพาข้าวรับประทานพร้อมกันทั้งครอบครัวโดยให้เกียรติผู้สูงอายุในบ้านหรือหัวหน้าครอบครัวเป็นผู้เริ่มรับประทานก่อนแล้วคนอื่นจึงรับประทานตาม